Thursday, November 05, 2015

ตอนที่ 2/4 เกร็ดเล็กๆ จากมานิลา ฟิลิปินส์ : ตลาด ความเชื่อ และการค้าขาย

วันที่ 2 เป็นวันว่างๆ ที่รอทางทีมเขากลับจากลงพื้นที่ ทางเจ้าหน้าที่ที่เป็นอาสาสมัครจึงพาเดินออกไปเที่ยวในห้างสรรพสินค้าในตลาดใกล้ๆ ที่พักบนถนนซูซาโน ย่านโนวอลิเช่นั่นหละ จากที่พักเดินไปประมาณ 700 เมตร จะเป็นโบสถ์คริสต์ ช่วงที่เราออกมาเดินบนถนนยังไม่แออัดมาก เพราะไม่ใช่เวลาเร่งด่วน

ที่นี่มีร้านขายของชำเยอะมาก แต่ละร้านจะปิดมิดชิดสุดๆ  จะเอาอะไรต้องให้คนขายหรือเจ้าของร้านหยิบให้เท่านั้น เพราะโจรชุกชุมขนาดหนัก เราจะยื่นเข้าไปได้แค่หน้า

ตลาดสดตรงถนนซูซาโนรูปลักษณ์และกลิ่นเหมือนตลาดสดบ้านเรามาก แม้แต่ห้างสรรพสินค้า จริงๆ มันคงเป็นมาตรฐานเดียวกันเที่ยวโลก เพราะมันเป็นแบรนด์โรบินสันเหมือนกัน แต่ห้างสรรพสินค้าบนถนนซูซาโนเป็นห้างท้องถิ่น ตอนนี้เริ่มจะเก่าและร้างแล้ว ข้างๆ ห้างจะเป็นตลาดนัดขายเสื้อผ้า ราคาเสื้อผ้าตลาดนัดที่นั่นอยู่ราวๆ 100 เปโซ แต่คุณภาพค่อนข้างแย่กว่าบ้านเราพอสมควร

หัวมุมตรงถนนซูซาโนข้างๆ ห้างสรรพสินค้า และไม่ไกลจากตลาดสด


ตรงโบสถ์คริสต์ที่เราแวะเข้าไปจะมีคนเข้าออกตลอดเวลา ด้านหน้าทางเข้าโบสถ์จะมีคนขายสมุนไพรพร้อมใช้ สมุนไพรสด ขายเครื่องลางของคลัง คล้ายๆ พ่อค้าแม่ค้าย่านวัดโพธิ์ วัดพระแก้วแถวบ้านเราเป๊ะเลย เราเพิ่งรู้ว่าคนคริสต์เขาใช้พวงมาลัยดอกไม้สดไหว้พระเยซูด้วย

ตรงนั้นจะเห็นพวงมาลัยที่เรากล่าวถึง

แม่ค้าขายสมุนไพรและเครื่องราง

อันนี้คือพวงมาลัยที่เขาใช้ไหว้กัน มันเป็นดอกสเลเตสดที่เอามาห้อยกับตอกไม้ไผ่บางๆ สองพวง 5 เปโซ แต่ชุดขาย 4 พวง

อันนี้เป็นเทียนสีในโบสถ์ มีอยู่ประมาณ 5 สี แต่ละสีจะมีความหมายต่างกันๆไป แล้วแต่จะเลือกอธิษฐานด้านไหน
เสร็จจากโบสถ์เราก็เดินเข้าห้าง ไปซื้อรองเท้า เพราะรองเท้าขาด ในห้างสรรพสินค้าที่นี่โดยเฉพาะซุปเปอร์มาร์เก็ต เขาจะมียามแน่นหนาและตรวจละเอียดมาก คือยามเขาพกอาวุธเหมือนทหารออกรบบ้านเรา ทีแรกเราไปถึงเราเห็ฯยามทั่วๆ ไป เราถึงกับเข้าใจว่าทหารที่นี่มีอยู่ทุกที่ แล้วมารู้ทีหลังว่า อ่อ เขาไม่ใช่ทหาร เขาคือยาม

พนักงานรักษาความปลอดภัย (ยาม) -อาวุธครบยิ่งกว่าทหาร

เข้าห้างไม่ได้ซื้ออะไรมาก เพราะไม่ได้แลกเงินไป แวะไปดูแค่รองเท้า พอดีเขาลดราคา คู่ที่เราซื้อมาราคา 100 เปโซ ที่มานิลาเขาไม่ใช้ถุงพลาสติกในของให้ลูกค้า ถ้าอยากได้ต้องซื้อใบละ 2.5 เปโซ แล้วเเต่ขนาด เขาจะใช้ถุงกระดาษ แล้วถุงกระดาษที่ใช้ก็จะไม่มีหู คือเราต้องพกกระเป๋าผ้า ในซุปเปอร์มาร์เก็ตตรงแคชเชียร์จะมีถุงผ้า จริงๆ มันเป็นเหมือนผ้ากระดาษสา ไว้ขายให้ลูกค้า

ถุงกระดาษที่เขาใช้ใส่ของให้ลูกค้า

ไปเจอคลินิคลดราคา 

สินค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ตก็เป็นสินค้าแบรนด์เดียวกับที่จำหน่ายในบ้านเรา ราคาไม่ต่างกันมาก แต่ที่หาซื้อค่อนข้างยากและแพงในฟิลิปปินส์คือ นม เราพบนมแบรนด์ไทย คือแลคตาซอยขวดแก้ว ราคา 23 เปโซ เซเว่นที่นั่นก็มี แต่ไม่เกลื่อนกลาดเหมือนบ้านเรา และในเซ่เว่นแต่ละที่จะมีจะมีคาเฟ่ด้วย แบบเรารู้สึกว่าเซเว่นที่นั่นหรูหรากว่าบ้านเรานะ เท่าที่สัมผัสได้ จากห้างเสร็จเราก็เดินกลับที่พัก เดี๋ยวมาต่อตอนที่ 3 เรื่องการขนส่งในมานิลานะ



No comments: