มาทำความรู้จักประเทศศรีลังกากันแบบคร่าวๆ นะคะ...
ประเทศศรีลังกา หรือ สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา (the democracy socialist republic of Sri lanka) เดิมรู้จักกันในนาม "ซีลอน" เป็นประเทศเล็กๆ ในมหาสมุทรอินเดีย อยุ่ทางตอนใต้ของอินเดีย พื้นที่ทั้งหมดของประเทศมีขนาดแค่ 12% ของประเทศไทย เคยตกเป็นเมืองขึ้นของดัตช์ หลังจากนั้นกษัตริย์สิงหลได้จับมือกับอังกฤษ เพื่อขับไล่ดัตถ์ ต่อมาจึงได้กลายเป็นอาณานิคมของอังกฤษ และเพิ่งได้รับเอกราชในปี 2491 หลังจากนั้นก็เกิดสงครามกลางเมือง ระหว่างทมิฬกับสิงหล
ศรีลังกามีประชากรทั้งหมด 21 ล้านคนโดยประมาณ เป็นชาวสิงหลที่นับถือศาสนาพุทธกว่า 70% ที่เหลือจะเป็นชาวทมิฬนาดูลที่นับถือฮินดู อิสลามและคริสต์ ตามลำดับ ภาษาราชาการใช้ทั้งสิงหลและทมิฬ แต่ชาวสิงหลจำนวนไม่น้อย พูดไม่สามารถอ่านเขียนหรือพูดภาษาทมิฬได้ นอกจากนั้นชาวศรีลังกา ยังสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ในระดับดี
สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ยางพารา ชา (ชาที่โด่งดังคือชาซีลอน-ชาดีของอังกฤษแต่ผลิตในศรีลังกา) สิ่งทอ พลอย สกุลเงินที่ใช้จะเป็น Lankan Rupee (อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 4 LRS เท่ากับ 1 บาท -ต.ค.2558)
ประเทศศรีลังกา หรือ สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา (the democracy socialist republic of Sri lanka) เดิมรู้จักกันในนาม "ซีลอน" เป็นประเทศเล็กๆ ในมหาสมุทรอินเดีย อยุ่ทางตอนใต้ของอินเดีย พื้นที่ทั้งหมดของประเทศมีขนาดแค่ 12% ของประเทศไทย เคยตกเป็นเมืองขึ้นของดัตช์ หลังจากนั้นกษัตริย์สิงหลได้จับมือกับอังกฤษ เพื่อขับไล่ดัตถ์ ต่อมาจึงได้กลายเป็นอาณานิคมของอังกฤษ และเพิ่งได้รับเอกราชในปี 2491 หลังจากนั้นก็เกิดสงครามกลางเมือง ระหว่างทมิฬกับสิงหล
![]() |
| ที่มา : http://www.ezilon.com/maps |
ศรีลังกามีประชากรทั้งหมด 21 ล้านคนโดยประมาณ เป็นชาวสิงหลที่นับถือศาสนาพุทธกว่า 70% ที่เหลือจะเป็นชาวทมิฬนาดูลที่นับถือฮินดู อิสลามและคริสต์ ตามลำดับ ภาษาราชาการใช้ทั้งสิงหลและทมิฬ แต่ชาวสิงหลจำนวนไม่น้อย พูดไม่สามารถอ่านเขียนหรือพูดภาษาทมิฬได้ นอกจากนั้นชาวศรีลังกา ยังสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ในระดับดี
![]() |
| ที่มา : http://shrihari-nirdude.blogspot.com/ |
สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ยางพารา ชา (ชาที่โด่งดังคือชาซีลอน-ชาดีของอังกฤษแต่ผลิตในศรีลังกา) สิ่งทอ พลอย สกุลเงินที่ใช้จะเป็น Lankan Rupee (อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 4 LRS เท่ากับ 1 บาท -ต.ค.2558)
อาหารพื้นบ้านที่บริโภคกันทั่วไปจะรสชาติคล้ายๆ อินเดียและอาหารใต้ของบ้านเราแต่ไม่ถึงกับเหมือนเลยเสียทีเดียว และเผ็ดกันคนละแบบและเครื่องเทศหลักคือผงมาสลา(ผงที่อยู่ในมัสมั่น) อาหารอื่นๆ ก็ได้รับวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาพอสมควร แม้แต่วัฒนธรรมการกินชาในตอนบ่ายเหมือนของอังกฤษ
อ้างอิง 2 : http://www.ezilon.com/maps




No comments:
Post a Comment